โอน้อ ดอกแคบานทางท่งก้วง .หัวใจห่วงคนิงเถิง
นั่งอยู่เทิง.เถียงนา. สายตามองหล่ะพ่องกลุ้ม
ปานไฟสุมรุมเข่า(เข้า) ใจบ่เซาเล่าคิดฮ่ำ
คนึงนำบ่เว้น เห็นฮอยเค้าเจ้าแหว่เวียน
นั่งอยู่เทิง.เถียงนา. สายตามองหล่ะพ่องกลุ้ม
ปานไฟสุมรุมเข่า(เข้า) ใจบ่เซาเล่าคิดฮ่ำ
คนึงนำบ่เว้น เห็นฮอยเค้าเจ้าแหว่เวียน
หล่าเอ๊ย.. เหลือแค่เพียงฮอยฮ้าง ที่เคยหย่างบนทางหมอง
เจ้าลืมคองบ่มองเห็น กะแหม่นเวรหล่ะของอ้าย
หัวใจชายได้หมายช้ำ ระกำโทรม..มันโหมก่อ
ไปหลงงอเงินจ้อย ถิ่มฮอยฮ้าง..กลางท่งนา
เจ้าลืมคองบ่มองเห็น กะแหม่นเวรหล่ะของอ้าย
หัวใจชายได้หมายช้ำ ระกำโทรม..มันโหมก่อ
ไปหลงงอเงินจ้อย ถิ่มฮอยฮ้าง..กลางท่งนา
โอยน้อ ปีใหม่วนดั่งคนบ้า เสียงเขาส่าเข้ามาหลอน
สาวบ้านดอนป่อนสัมพันธ์ ให้หนุ่มจันบุรีแล้ว โอยเนาะ
บ่มีแววสิคืนก้ำ คำสัญญากะป๋าปล่อย
เห็นแต่ฮอยที่คอยอ้าง ทางแคต้นให้บ่นครวญ ซั้นแหล๊ว
..................................................................................
สาวบ้านดอนป่อนสัมพันธ์ ให้หนุ่มจันบุรีแล้ว โอยเนาะ
บ่มีแววสิคืนก้ำ คำสัญญากะป๋าปล่อย
เห็นแต่ฮอยที่คอยอ้าง ทางแคต้นให้บ่นครวญ ซั้นแหล๊ว
..................................................................................
" อดเอาติ๊ลูกหล่า เฮามันชาวนาขาหม่น เขาบ่สนกับเฮาดอก "
เป็นประโยคที่เหมือนจะทิ่มแทงจี๊ดเข้ากลางใจ แม้ชายหนุ่มจะรู้ดีว่านี่คือคำปลอบประโลมจากผู้เป็นแม่ แต่ก็หวนนึกถึงคำพูดไม่ได้ ก็ใช่สินะ เรามันชาวนาป่าโคกนับประสาอะไรจะไปสู้กับหนุ่มสวนยางสวนผลไม้เขาได้ และมันก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ เพราะเธอมีสิทธิ์ที่จะเลือกกับอนาคตที่ดี แต่ก็นึกน้อยใจไม่ได้ว่าทำไมเธอไม่บอกลาสักคำ ปล่อยทิ้งคำสัญญาหนุ่มนาอย่างเขารอเฝ้าอยู่ทุกค่ำเช้า
" เฮ้อเนาะ "
เสียงชายหนุ่มทอดถอนลมหายใจเฮือกใหญ่พร้อมขยับตัวลุกยืน เถียงนาเก่าที่ซ่อมซ่อสั่นไหวด้วยแรงโน้มจนชายหนุ่มต้องนิ่ง สักพักเขาก้าวลงสู่เบื้องล่างพลางชำเลืองสายตาไปที่ต้นแคที่กำลังออกดอกสีขาวอยู่ใกล้บ่อน้ำ ภาพใบหน้าของคนเคยใกล้ล่องลอยเข้าวนเวียนในสมองจนต้องสะบัดหน้าหนี
สายลมหนาวพัดยาวน้าวโน้มทิวไม้ให้ไหวติง เสียงกอไผ่ดังอี๋อ๋อเมื่อถูกสายลมล่อ นี่หล่ะหนอลมหนาวทุกสิ่งกำลังถูกหน่วงน้าวแผ่ลึกดั่งตกผลึกในจนใจหวั่นให้พรั่นพรึง
เขาขยับร่างชำเลืองพลางเดินพลางไปที่บ่อน้ำข้างหน้า กวาดสายตามองเห็นแผ่นตมที่นำขึ้นมาจากก้นบ่อหลังจากที่สูบน้ำจับปลาออกหมดแล้ว ณ ตอนนี้โคลนที่เคยเหลวแปลเปลี่ยนสภาพแห้งเป็นแผ่นผืน เมื่อโดนลมหนาวพัดกัดกร่อนด้วยคาร์บอนแห่งแสงก็เกิดปฏิกิริยาแตกปริเป็นช่องหลืบ
" เขียดขาคำ ตั๊วนั่น "
ชายหนุ่มครางในลำคอ ส่อสายตามองลึกใต้ผลึกตม ตอนนี้เจ้าเขียดน้อยมองมั่นไม่หวั่นไหวดั่งเยาะเย้ยถากถาง " สมน้ำหน้าแนบักคนผู้ฮ้าย จื่อบ่ "
ชายหนุ่มหน้าเศร้ามองเจ้าเขียดตัวน้อยดั่งคอยเยาะเย้ยถากถาง
" เย้ยกะบ่เย้ยซือซือ มันนั่งตีคิ้วล่อเลียนเสย หึยยยบักอั่นนี่ ฮึ่มมม..มึงงงง.. กูสิจับมึงไปต้มใส่ใบบักขาม"
ขอบคุณรูปภาพสวยๆครับ
บทผญาเนื้อเรื่อง อีเกียแดง แห่งรัตติกาล
เจ้าห่างคอนตอนยามฝน จนหนาววนหล่ะมาแล้ว
แหม่นหลงแนว..ได๋หล่า ไผ๋นำพาว่าหยั๋งอุ่น
แม่ส่องทางหย่างจนวุ่น ทูนหัวเจ้าบ่เหล่ามา แท้ว๊า
โอน้อ ข้าวอยู่นากะว่าลม ลมโหมหน่วงจนฮวงไกว
ปลาอยู่ในนาหนอง กะหมองตรมบัดลมย้อน
กระเดาซอนดอกอ่อนแล้ว แก้วตาคำหลงนำอ่าว
ไปงมซาวบ่อ่าวโอ้ โสลืมบ้านจนห่างเมิน แท้น้อ
หล่าเอ๊ย หากได้ยินเสียงเอิ้น ของแม่..ให้แวกลับ แนเด้อ
อย่ามัวหลับจับทางหลง เสียงแม่คงหล่ะออยเอิ้น
อย่าหย่างเพลินจนเดินเลี้ยว
มือจับเคียวคอยเหลียวจ้อง ประคองร่างจนย่างเซ แล้วเด้..
โอยเนาะ ข้าวกะล้มอิแม่เอ๊ย คนซ่อยกะบ่มีหนีลงไปเฮ็ดงาน
บทผญา อีเกียแดง แห่งรัตติกาล
ขอบคุณภาพงามๆครับ
โอน้อ ฝากเสียงแคนแทนคำอ้าง เถิงคนห่างอยู่ทางไกล
ฝากลมหนาวเล่าทักทาย เถิงทรามวัยผู้ไกลเยิ้น
หล่ะ หนทางเดินมันเขินฮ้าง หรือหนทางมันงามค่อง น้อหล่า
จั่งเงียบหายไปลอยล่อง บ่คืนท้องหล่ะถิ่นเฮา
คำเอ๊ย ข้าวอยู่นาว่าขึ้นเล้า แต่เจ้าบ่หล่ะคืนกลับ น้อ
ทำงานไกลไปไลลับ บ่หวนกลับหล่ะคืนบ้าน
ลืมอีสานบ้านดอนเค้า เจ้าลืมเงาเล่าบ้ออุ่น
ฝากเสียงแคนแทนคำหนุน ฝากคำปรุงกล่อมเกี้ยว ให้นางเลี้ยว อ่วยคืน แนน๊า
ขอบคุณภาพวิถีงามๆไปนำ
@ อีเกียแดง แห่งรัตติกาล
โอน้อ ทุ่งรวงทองยืนก่องก้ม ลมหนาวหล่วงเห็นฮวงไกว
หมอกแซมใบในลมหนาว สีขาวนวลดั่งชวนอ้อน
นกเขาคอนอยู่ดอนด้าว ขันเอิ้นสาวดังจ้าวเหล่ง(เร
ดังบทเพลงกล่อมทุ่ง ลอยฟุ้งมุ่งสู่เมือง
หล่าเอ๊ย ยังเห็นฮอยคอยเห็นเรื่อง ยังเตื้องต่ออยู่บ้อใจ
หรือว่าไกลในทางเทียว จนบ่เหลียวหล่ะคืนพ้อ
หรือติด ง. จนบ่โค้ง ติดกงเงินจนเกินเกินกู่ แล้วบ้อ
ปล่อยท่งทองให้หมองอยู๊ นกเขากู่ขันฮ้อง มองหาเจ้าแหม่นเหล่าเลือน แท้แหล๊ว
..........................
ผมหลับตาพริ้มสูดกลิ่นไอแห่
" เอ๊ะ ยังไงนี่ "
" หล่าเอ๊ย พากันไปขุดอี๊ปูมาอ่อมแนไป๋
" คับอี๊แม่ "
ผมขานรับพร้อมจับเสียมน้อยว
กลิ่นไอของภาพเก่าลอยเข้าสม
ภาพและบทผญา อีเกียแดง แห่งรัตติกาล





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น